ในประวัติแห่งการเคลื่อนไหวของทั้งทูตสวรรค์องค์ที่หนึ่งและองค์ที่สาม ข่าวสารนั้นอาจสรุปได้โดยข่าวสารของทูตสวรรค์องค์ที่สอง.
และมีทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งติดตามมาประกาศว่า “บาบิโลนมหานครนั้นล่มจมแล้ว ล่มจมแล้ว เพราะนางได้กระทำให้บรรดาประชาชาติทั้งปวงดื่มเหล้าองุ่นแห่งพระพิโรธอันเกิดจากการล่วงประเวณีของนาง” วิวรณ์ 14:8
ทูตสวรรค์องค์ที่สองระบุการประยุกต์ใช้คำพยากรณ์สามประการ สำหรับผู้ที่ปรารถนาจะเห็น ทูตสวรรค์องค์ที่สองกำลังเสนอข่าวสารเชิงพยากรณ์ และข่าวสารนั้นคือ บาบิโลนได้ล้มลงแล้วสองครั้ง ข่าวสารนี้ระบุว่าบาบิโลนคือ “มหานคร” นั้น ซึ่งในบทที่สิบเจ็ดและสิบแปดได้ระบุว่าเป็นบาบิโลนสมัยใหม่ บาบิโลนสมัยใหม่ได้ล้มลงแล้วสองครั้ง และการล่มสลายของนางเกิดขึ้นเพราะนางได้กระทำให้ชนชาติทั้งปวง “ดื่มเหล้าองุ่นแห่งพระพิโรธจากการล่วงประเวณีของนาง” การล่วงประเวณีของนางได้กระทำร่วมกับกษัตริย์ทั้งหลายแห่งแผ่นดินโลก ความสัมพันธ์นั้นทำให้นางสามารถใช้กำลังของกษัตริย์ทั้งหลายที่นางได้ล่วงประเวณีด้วย เพื่อดำเนินการ “พระพิโรธ” ของนาง ซึ่งคือการข่มเหงที่นางกระทำต่อประชากรผู้สัตย์ซื่อของพระเจ้า
เหล้าองุ่นคือคำสอน และคำสอนที่นางนำชนทั้งปวงให้ดื่มนั้น คือคำสอนเท็จที่อ้างว่าการนมัสการดวงอาทิตย์จะก่อให้เกิดสันติภาพ ชนทั้งปวงยอมรับ “เครื่องหมาย” แห่งอำนาจของนาง ซึ่งคือการนมัสการดวงอาทิตย์ ดังที่แสดงไว้โดยการนมัสการในวันอาทิตย์ การที่ชนทั้งปวงยอมรับ “เครื่องหมาย” นั้น ถูกทำให้เกิดขึ้นโดยอำนาจของสหรัฐอเมริกา แต่สิ่งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สงครามซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นกำลังถูกนำมาสู่โลกโดยวิบัติประการที่สามแห่งอิสลาม บรรดาประชาชาติยอมรับ “เหล้าองุ่น” แห่งพระพิโรธของนาง โดยอาศัยคำสัญญาเรื่อง “สันติภาพและความปลอดภัย”
“บัดนี้มีคำกล่าวขึ้นมาหรือว่าข้าพเจ้าได้ประกาศว่านครนิวยอร์กจะถูกกวาดล้างไปด้วยคลื่นยักษ์น้ำทะเล? สิ่งนี้ข้าพเจ้าไม่เคยกล่าวเลย ข้าพเจ้าได้กล่าวว่า ขณะที่ข้าพเจ้ามองดูอาคารใหญ่โตซึ่งกำลังก่อสร้างขึ้นที่นั่น สูงขึ้นเป็นชั้นแล้วชั้นเล่า ‘จะมีเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวเพียงใดเกิดขึ้น เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงลุกขึ้นเพื่อทรงเขย่าแผ่นดินโลกอย่างรุนแรงยิ่ง! แล้วถ้อยคำแห่งวิวรณ์ 18:1–3 จะสำเร็จเป็นจริง’ เนื้อหาทั้งหมดของวิวรณ์บทที่สิบแปดเป็นคำเตือนถึงสิ่งที่จะมาถึงเหนือโลก แต่ข้าพเจ้าไม่ได้รับความกระจ่างโดยเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับสิ่งที่จะมาถึงเหนือนครนิวยอร์ก นอกจากว่าข้าพเจ้าทราบว่า วันหนึ่งอาคารใหญ่โตที่นั่นจะถูกเหวี่ยงล้มลงด้วยการพลิกกลับและคว่ำลงโดยฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า จากความกระจ่างที่ประทานแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าทราบว่าความพินาศอยู่ในโลก เพียงพระวจนะคำเดียวจากองค์พระผู้เป็นเจ้า เพียงการแตะต้องครั้งเดียวแห่งฤทธิ์เดชอันทรงมหิทธิฤทธิ์ของพระองค์ โครงสร้างมหึมาเหล่านี้ก็จะพังทลายลง จะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นซึ่งความน่าสะพรึงกลัวของมันนั้นเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้” Review and Herald, July 5, 1906.
ข่าวสารของทูตสวรรค์องค์ที่สองได้ถูกประกาศซ้ำอีกครั้งเมื่อวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2001 เมื่ออาคารใหญ่โตของนครนิวยอร์กถูกเหวี่ยงลงมาด้วยการแตะต้องแห่งพระหัตถ์ของพระเจ้า
ผู้เผยพระวจนะกล่าวว่า “ข้าพเจ้าเห็นทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งลงมาจากสวรรค์ มีอำนาจยิ่งใหญ่ และแผ่นดินโลกก็สว่างไสวด้วยรัศมีของท่าน และท่านได้ร้องประกาศด้วยเสียงอันดังว่า บาบิโลนมหานครนั้นล้มแล้ว ล้มแล้ว และได้กลายเป็นที่อาศัยของพวกผีร้าย” (วิวรณ์ 18:1, 2) นี่คือข่าวสารเดียวกันกับที่ทูตสวรรค์องค์ที่สองได้ประกาศไว้ บาบิโลนล้มแล้ว “เพราะนางได้กระทำให้ประชาชาติทั้งปวงดื่มเหล้าองุ่นแห่งพระพิโรธอันเกิดจากการล่วงประเวณีของนาง” (วิวรณ์ 14:8) เหล้าองุ่นนั้นคืออะไร?—คือคำสอนเท็จของนาง นางได้มอบวันสะบาโตเทียมแก่โลกแทนวันสะบาโตแห่งพระบัญญัติข้อที่สี่ และได้กล่าวซ้ำคำมุสาที่ซาตานได้บอกเอวาเป็นครั้งแรกในสวนเอเดน—คือเรื่องความเป็นอมตะโดยธรรมชาติของจิตวิญญาณ นางได้แพร่กระจายความผิดพลาดในลักษณะเดียวกันอีกมากมายไปอย่างกว้างขวาง “สั่งสอนบัญญัติของมนุษย์ว่าเป็นหลักธรรม” (มัทธิว 15:9)
“เมื่อพระเยซูทรงเริ่มพันธกิจสาธารณะของพระองค์ พระองค์ได้ทรงชำระพระวิหารให้พ้นจากการลบหลู่อันเป็นการดูหมิ่นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในบรรดากิจการสุดท้ายแห่งพันธกิจของพระองค์ คือการชำระพระวิหารครั้งที่สอง ฉันใดก็ฉันนั้น ในงานสุดท้ายเพื่อการเตือนชาวโลก ก็มีคำเรียกสองประการที่แยกจากกันส่งไปยังคริสตจักรทั้งหลาย ข่าวสารของทูตสวรรค์องค์ที่สองคือ ‘บาบิโลนมหานครนั้นล้มแล้ว ล้มแล้ว เพราะว่านางได้ให้บรรดาประชาชาติทั้งปวงดื่มเหล้าองุ่นแห่งความพิโรธจากการล่วงประเวณีของนาง’ (วิวรณ์ 14:8) และในเสียงร้องอันดังของข่าวสารทูตสวรรค์องค์ที่สาม มีพระสุรเสียงจากสวรรค์ตรัสว่า ‘ชนชาติของเราเอ๋ย จงออกมาจากนครนั้น เพื่อว่าเจ้าทั้งหลายจะไม่มีส่วนในบาปของนาง และเพื่อว่าเจ้าทั้งหลายจะไม่ได้รับภัยพิบัติของนาง เพราะว่าบาปของนางทับถมสูงถึงสวรรค์แล้ว และพระเจ้าได้ทรงระลึกถึงการอธรรมของนาง’ (วิวรณ์ 18:4, 5)” Selected Messages, book 2, 118.
ระหว่างวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2001 กับกฎหมายวันอาทิตย์ซึ่งกำลังจะมาถึงในสหรัฐอเมริกา พระธรรมวิวรณ์บทที่ 18 สามข้อแรกได้สำเร็จแล้ว เพราะที่กฎหมายวันอาทิตย์นั้นเอง การทรงเรียกให้ออกจากบาบิโลนจึงเริ่มต้นขึ้น
“วิวรณ์ 18 ชี้ไปยังเวลาที่ว่า อันเป็นผลจากการปฏิเสธคำเตือนสามประการแห่งวิวรณ์ 14:6–12 คริสตจักรจะได้เข้าสู่สภาพที่ทูตสวรรค์องค์ที่สองได้พยากรณ์ไว้โดยสมบูรณ์แล้ว และประชากรของพระเจ้าที่ยังคงอยู่ในบาบิโลนจะถูกเรียกให้ออกแยกจากความเป็นชุมชนเดียวกันกับนาง ข่าวสารนี้เป็นข่าวสารสุดท้ายที่จะถูกมอบแก่โลก และมันจะกระทำภารกิจของมันให้สำเร็จ เมื่อบรรดาผู้ที่ ‘มิได้เชื่อความจริง แต่ยินดีในความอธรรม’ (2 เธสะโลนิกา 2:12) ถูกปล่อยไว้ให้รับเอาความลุ่มหลงอย่างแรงกล้าและให้เชื่อคำมุสา เมื่อนั้นแสงสว่างแห่งความจริงจะส่องมายังทุกคนที่มีใจเปิดรับมัน และบุตรทั้งสิ้นขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่เหลืออยู่ในบาบิโลนจะเชื่อฟังพระสุรเสียงเรียกนั้นว่า ‘จงออกมาจากนครนั้นเถิด ชนชาติของเราเอ๋ย’ (วิวรณ์ 18:4).” สงครามครั้งยิ่งใหญ่, 389, 390.
เมื่อกฎหมายวันอาทิตย์ที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้านี้มีผลใช้บังคับ ชนชาติแห่งพันธสัญญาเดิมจะได้รับความลุ่มหลงอย่างแรงกล้า ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2001 จนถึงเวลาที่ความลุ่มหลงอย่างแรงกล้าถูกเทออกในคราวกฎหมายวันอาทิตย์ ข่าวสารของทูตสวรรค์องค์ที่สองถูกประกาศซ้ำอีก และการปฏิเสธนั้นเป็นตัวแทนของการปฏิเสธ “คำเตือนสามประการแห่งพระธรรมวิวรณ์ บทที่สิบสี่ ข้อหกถึงสิบสอง” ในความหมายนี้ ทูตสวรรค์ทั้งสามได้รับการแทนไว้โดยข่าวสารของทูตสวรรค์องค์ที่สอง ข่าวสารของทูตสวรรค์องค์ที่สองคือ บาบิโลนล่มจมแล้ว ล่มจมแล้ว และข่าวสารของทูตสวรรค์องค์ที่สองถูกวางไว้ระหว่างข่าวสารที่หนึ่งและที่สาม
ถ้อยแถลงของเสียงแรกในวิวรณ์บทที่สิบแปด เป็นการกล่าวซ้ำของข่าวสารของทูตสวรรค์องค์ที่สอง แต่เป็นตัวแทนของการปฏิเสธทูตสวรรค์ทั้งสามองค์แห่งวิวรณ์บทที่สิบสี่ ข่าวสารของทูตสวรรค์องค์ที่สองเป็นตัวแทนของข่าวสารทั้งสาม และมีลักษณะประทับแห่งอัลฟาและโอเมกา เพราะได้ถูกประกาศแล้วในประวัติศาสตร์ของขบวนการของทูตสวรรค์องค์แรก และต่อไปจะถูกประกาศอีกครั้งในขบวนการของทูตสวรรค์องค์ที่สาม ข่าวสารนี้ระบุว่าบาบิโลนได้ล้มลงสองครั้ง และในความหมายเชิงพยากรณ์นี้ ก็กำลังชี้ถึง “การประยุกต์ใช้คำพยากรณ์สามชั้น”
การล่มสลายของบาบิโลนสองครั้งแรก ดังที่แสดงโดยบาเบลและบาบิโลน เป็นภาพแทนของการล่มสลายครั้งสุดท้ายของบาบิโลนสมัยใหม่ คำประกาศสองประการถึงการล่มสลายของบาบิโลนถูกหนีบไว้ด้วยข่าวสารแรกและข่าวสารสุดท้ายของทูตสวรรค์สามองค์ โครงสร้างของทูตสวรรค์สามองค์มีลักษณะประจำของอัลฟาและโอเมกา เพราะข่าวสารแรกถูกระบุว่าเป็น “ข่าวประเสริฐนิรันดร์” ซึ่งตามคำนิยามย่อมหมายความว่าเป็นข่าวประเสริฐอันเป็นนิตย์ หรือเป็นข่าวสารแห่งข่าวประเสริฐเดียวกันตลอดทุกยุคทุกสมัย ข่าวสารของทูตสวรรค์องค์ที่สามคือข่าวสารแห่งข่าวประเสริฐที่เตือนมิให้รับเครื่องหมายของสัตว์ร้าย ดังนั้น ข่าวสารแรกและข่าวสารที่สาม ซึ่งเป็นข่าวสารแรกและข่าวสารสุดท้าย จึงเป็นข่าวสารเดียวกัน เพราะทั้งสองเป็นข่าวประเสริฐ
อัลฟาและโอเมกาได้ทรงประทับลายพระหัตถ์แห่ง “ความจริง” ของพระองค์ไว้บนข่าวสารทั้งสาม เพราะคำภาษาฮีบรูที่แปลว่า “ความจริง” นั้น ถูกสร้างขึ้นโดยนักภาษาศาสตร์มหัศจรรย์ ด้วยการผสมรวมอักษรตัวแรก ตัวที่สิบสาม และตัวสุดท้ายของอักษรฮีบรู “สิบสาม” ในฐานะสัญลักษณ์หมายถึงการกบฏ และในข่าวสารที่สองนี่เองที่การกบฏของบาบิโลน ซึ่งแสดงออกโดยหลักคำสอนเท็จและการล่วงประเวณีของนาง ได้ถูกชี้ระบุไว้ ดังที่ได้กล่าวแล้ว ข่าวสารที่สองยังมีลายพระหัตถ์ของอัลฟาและโอเมกาด้วย เพราะข่าวสารที่ได้ถูกประกาศในประวัติศาสตร์ของขบวนการมิลเลอไรต์เพื่อประกาศการเปิดขึ้นของการพิพากษานั้น ได้ถูกประกาศซ้ำอีกในขบวนการของทูตสวรรค์องค์ที่สามเพื่อชี้ระบุถึงการสิ้นสุดของการพิพากษา
การล่มสลายของบาเบลในพระธรรมปฐมกาล บทที่สิบเอ็ด เป็นการกล่าวถึงการล่มสลายของบาบิโลนเป็นครั้งแรก และพยานแห่งการกบฏอย่างอหังการของนิมโรดก็มีตราประทับแห่งข่าวสารของทูตสวรรค์องค์ที่หนึ่งอยู่ด้วย ดังที่ได้แสดงไว้ในบทความก่อนหน้านี้ ข่าวสารทั้งสามของทูตสวรรค์ทั้งสามก็ปรากฏอยู่ภายในข่าวสารของทูตสวรรค์องค์ที่หนึ่งด้วยเช่นกัน ในข่าวสารของทูตสวรรค์องค์ที่หนึ่ง วลีว่า “จงเกรงกลัวพระเจ้า” เป็นตัวแทนของข่าวสารข้อที่หนึ่ง และวลีว่า “ถวายพระสิริแด่พระองค์” เป็นตัวแทนของข่าวสารของทูตสวรรค์องค์ที่สอง ส่วนข่าวสารข้อที่สามก็พบอยู่ในข่าวสารข้อแรก เมื่อข่าวสารนั้นประกาศว่า “ถึงเวลาแห่งการพิพากษาของพระองค์แล้ว”
ในการล้มลงของนิมโรด ซึ่งเป็นการล้มลงครั้งแรกของบาบิโลนนั้น ขั้นทั้งสามของทูตสวรรค์ทั้งสามก็ถูกระบุไว้ด้วยเช่นกัน โดยแสดงผ่านถ้อยคำว่า “go to.”
และทั่วทั้งพิภพมีภาษาเดียวกันและถ้อยคำอย่างเดียวกัน ต่อมาเมื่อเขาทั้งหลายเดินทางมาจากทิศตะวันออก ก็พบที่ราบแห่งหนึ่งในแผ่นดินชินาร์ และตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นั่น แล้วเขาทั้งหลายพูดกันว่า “มาเถิด ให้เราทำอิฐและเผาให้สุกดี” เขาทั้งหลายจึงใช้อิฐแทนหิน และใช้ยางมะตอยแทนปูน แล้วเขาทั้งหลายกล่าวว่า “มาเถิด ให้เราสร้างเมืองและหอคอยสำหรับพวกเรา ให้ยอดของมันสูงถึงฟ้าสวรรค์ และให้เราสร้างชื่อเสียงไว้แก่พวกเรา เกลือกว่าเราจะกระจัดกระจายไปทั่วพื้นพิภพ” แล้วพระยาห์เวห์เสด็จลงมาทอดพระเนตรเมืองและหอคอย ซึ่งบุตรทั้งหลายของมนุษย์กำลังก่อสร้างอยู่ และพระยาห์เวห์ตรัสว่า “ดูเถิด ชนเหล่านี้เป็นชนชาติเดียวกัน และทั้งหมดมีภาษาเดียวกัน และนี่เป็นเพียงสิ่งที่เขาทั้งหลายเริ่มจะกระทำ บัดนี้ไม่มีสิ่งใดที่เขาทั้งหลายคิดจะกระทำแล้วจะถูกยับยั้งไว้จากเขาได้ มาเถิด ให้เราลงไป และกระทำให้ภาษาของเขาทั้งหลายสับสนที่นั่น เพื่อว่าเขาจะไม่เข้าใจถ้อยคำของกันและกัน” พระยาห์เวห์จึงทรงกระจายพวกเขาจากที่นั่นออกไปทั่วพื้นพิภพ และเขาทั้งหลายก็เลิกสร้างเมืองนั้น เพราะฉะนั้นเมืองนั้นจึงได้ชื่อว่าบาเบล เพราะว่าที่นั่นพระยาห์เวห์ทรงกระทำให้ภาษาของคนทั่วทั้งพิภพสับสน และจากที่นั่นพระยาห์เวห์ทรงกระจายพวกเขาออกไปทั่วพื้นพิภพ ปฐมกาล 11:1–9
การล่มสลายครั้งแรกของบาบิโลน ซึ่งถูกนำเสนอในฐานะบาเบล ได้รับการแสดงออกด้วยคำว่า “ไปเถิด” สามครั้ง ทูตสวรรค์ทั้งสามล้วนถูกรวมเป็นตัวแทนอยู่ในทูตสวรรค์องค์แรก ดาเนียลบทที่หนึ่งก็เป็นภาพแทนของข่าวสารแห่งทูตสวรรค์องค์แรกด้วยเช่นกัน และดังที่ได้ระบุไว้ก่อนหน้านี้ในบทความเหล่านี้ กระบวนการทดสอบสามขั้นของข่าวประเสริฐนิรันดร์ปรากฏอยู่ในขั้นที่หนึ่ง เมื่อดาเนียลปฏิเสธที่จะรับประทานอาหารของบาบิโลน และเลือกที่จะถวายพระสิริแด่พระเจ้า การทดสอบครั้งแรกของเขาคือการทดสอบของทูตสวรรค์องค์แรก ผู้ซึ่งได้ลงมาในประวัติศาสตร์มิลเลอไรต์เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ค.ศ. 1840 พร้อมด้วยหนังสือเล่มเล็ก ซึ่งยอห์นได้รับบัญชาให้กินนั้น
ต่อจากนั้น เขาได้รับการทดสอบที่มองเห็นได้เป็นเวลาสิบวัน ซึ่งแสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างบรรดาผู้ที่รับประทานอาหารแบบบาบิโลน กับบรรดาผู้ที่เลือกกินพืชผักเช่นเดียวกับดาเนียล การทดสอบครั้งที่สองนั้นก่อให้เกิดคนสองจำพวก เช่นเดียวกับการมาถึงของทูตสวรรค์องค์ที่สองในปี 1844 และภายหลังการทดสอบครั้งที่สองนั้น ก็ตามมาด้วยการทดสอบเมื่อสิ้นสุดสามปี ซึ่งเนบูคัดเนสซาร์ได้สำแดงคำพิพากษาของตน ดังที่เป็นภาพแทนโดยการมาถึงของทูตสวรรค์องค์ที่สามในวันที่ 22 ตุลาคม ค.ศ. 1844
หลังน้ำท่วมโลก โนอาห์ได้รับคำสั่งให้สร้างแท่นบูชา และเมื่อกระทำเช่นนั้น เขาจะต้องไม่สกัดหรือแต่งหินที่ใช้เลย ทั้งจะต้องไม่ใช้ปูนสำหรับแท่นบูชาของเขาด้วย นิมโรดผู้กบฏได้ใช้อิฐและปูน เป็นการปลอมแปลงแท่นบูชาแห่งความสัมพันธ์ตามพันธสัญญา ซึ่งได้ทรงกำหนดไว้ให้ผู้ที่เพิ่มประชากรขึ้นใหม่บนแผ่นดินโลกใช้ “ไปเถิด” ครั้งแรกในคำพยานของนิมโรด เป็นตัวแทนของ “พันธสัญญาแห่งความตาย” ที่ได้ถูกก่อตั้งขึ้นด้วยการกบฏต่อข่าวสารแรก “ไปเถิด” ครั้งที่สอง เป็นตัวแทนของการก่อสร้างหอคอย (คริสตจักร) และนคร (รัฐ) “ไปเถิด” ครั้งที่สองในคำพยานของนิมโรด คือการผสมผสานระหว่างคริสตจักรกับรัฐ ซึ่งเป็นการล่วงประเวณีตามข่าวสารของทูตสวรรค์องค์ที่สอง “ไปเถิด” ครั้งที่สาม เป็นตัวแทนของการพิพากษาโดยการทำให้ชนทั้งหลายกระจัดกระจายไป และทำให้ภาษาสับสน
การล่มสลายครั้งแรกของบาบิโลนเป็นแบบอย่างของสารของทูตองค์ที่หนึ่ง และการล่มสลายครั้งที่สองของบาบิโลนในสองลักษณะปรากฏที่สถาปนาองค์ประกอบของการล่มสลายของบาบิโลนสมัยใหม่ เป็นแบบอย่างของสารของทูตองค์ที่สอง ทั้งนี้เพราะการล่มสลายของบาบิโลนดังที่บันทึกไว้ในพระธรรมดาเนียลนั้นเป็นตัวแทนของการเริ่มต้นและการสิ้นสุด เช่นเดียวกับสารของทูตองค์ที่สองซึ่งได้รับการประกาศทั้งในช่วงเริ่มต้นและช่วงสิ้นสุดของแอ๊ดเวนติสม์ ซิสเตอร์ไวท์ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนเป็นพิเศษว่าการพิพากษาที่นำมาสู่เบลชัสซาร์นั้น ได้ถูกทำให้เป็นแบบอย่างไว้แล้วโดยการพิพากษาที่นำมาสู่เนบูคัดเนสซาร์.
“แด่ผู้ครอบครองคนสุดท้ายแห่งบาบิโลน ดังเช่นโดยนัยเชิงแบบอย่างต่อกษัตริย์องค์แรกของมัน ก็ได้มีคำพิพากษาจากองค์ผู้เฝ้าดูฝ่ายพระเจ้ามาถึงว่า ‘โอ กษัตริย์เอ๋ย,... พระราชอาณาจักรถูกพรากไปจากพระองค์แล้ว’ ดาเนียล 4:31” ผู้เผยพระวจนะและกษัตริย์, 533.
การล่มสลายครั้งที่สองของบาบิโลนมีลายพระหัตถ์ของอัลฟาและโอเมกา เช่นเดียวกับข่าวสารของทูตสวรรค์องค์ที่สอง ลายพระหัตถ์นั้นแสดงให้เห็นผ่านการล่มสลายของกษัตริย์องค์แรกและองค์สุดท้ายแห่งบาบิโลน การพิพากษาและการล่มสลายของเนบูคัดเนสซาร์ถูกนำเสนอว่าเป็น “เจ็ดกาลเวลา” ซึ่งเป็นการอ้างถึง “เจ็ดกาลเวลา” ในเลวีนิติ บทที่ยี่สิบหก และ “การกระจัดกระจาย” ในการพิพากษาและการล่มสลายของนิมโรดก็เป็นการอ้างถึง “เจ็ดกาลเวลา” ในเลวีนิติ บทที่ยี่สิบหกด้วยเช่นกัน การพิพากษาและการล่มสลายของเบลชัสซาร์ถูกนำเสนอโดยอักษรเพลิงที่รวมกันได้เป็นสองพันห้าร้อยยี่สิบ อันเป็นการชี้ให้เห็นด้วยว่าเป็นการอ้างถึง “เจ็ดกาลเวลา” ในเลวีนิติ บทที่ยี่สิบหก
“การประยุกต์ใช้คำพยากรณ์สามชั้น” ได้รับการสถาปนาขึ้นโดยพยานสองรายแรก ซึ่งชี้ให้เห็นและยืนยันลักษณะเฉพาะของการสำเร็จครบถ้วนครั้งที่สามและครั้งสุดท้าย ในการล่มสลายทั้งสามครั้งของบาบิโลน ข่าวสารเดียวกันที่ชี้ให้เห็นการล่มสลายของบาบิโลน ก็ยังชี้ให้เห็นกฎเกณฑ์ซึ่งการประยุกต์ใช้คำพยากรณ์สามชั้นนั้นตั้งอยู่บนกฎเกณฑ์ดังกล่าวด้วย การล่มสลายของบาบิโลนสองครั้งแรกชี้ให้เห็นลักษณะเชิงพยากรณ์ของการล่มสลายครั้งที่สามและครั้งสุดท้าย។
ประวัติศาสตร์ของขบวนการมิลเลอไรต์ได้ถูกทำซ้ำอีกครั้งอย่างตรงตามตัวอักษรในประวัติศาสตร์ของ Future for America ในประวัติศาสตร์ของมิลเลอไรต์ การรวบรวมกฎเกณฑ์ซึ่งวิลเลียม มิลเลอร์ได้คุ้นเคยและใช้เพื่อสถาปนากรอบแห่งความจริงที่เขาใช้ในการนำเสนอข่าวสารของทูตสวรรค์องค์ที่หนึ่ง เป็นหมุดหมายหนึ่งของประวัติศาสตร์นั้น “การประยุกต์ใช้คำพยากรณ์สามชั้น” เป็นหนึ่งในกฎเกณฑ์ที่ได้มีการรวบรวมขึ้นในวาระสุดท้ายเหล่านี้ เพื่อสถาปนากรอบแห่งความจริงซึ่งภายในนั้นข่าวสารของทูตสวรรค์องค์ที่สามได้รับการระบุชี้ชัด
การสำแดงทั้งสามของกรุงโรม เมื่อรวมเข้ากับการสำแดงทั้งสามของการล่มสลายของบาบิโลนแล้ว มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด แต่ก็มีความแตกต่างกันอยู่ โสเภณีแห่งเมืองไทระ หรือบาบิโลน ผู้กระทำการล่วงประเวณีกับบรรดากษัตริย์แห่งแผ่นดินโลกนั้น เป็นเนื้อเดียวกันกับพวกเขา แต่เธอครอบครองเหนือกษัตริย์เหล่านั้น ดังที่เยเซเบลได้ครอบครองเหนือกษัตริย์อาหับ โรมสมัยใหม่คือสัตว์ร้ายในวิวรณ์บทที่สิบเจ็ด ซึ่งโสเภณีแห่งบาบิโลนสมัยใหม่ขี่อยู่และครอบครองเหนือมัน
เราจะศึกษานี้ต่อไปในบทความถัดไป
“แล้วสายตาของข้าพเจ้าก็ถูกนำออกจากพระสิริ และข้าพเจ้าได้รับการชี้ให้เห็นถึงคนที่เหลืออยู่บนแผ่นดินโลก ทูตสวรรค์กล่าวแก่พวกเขาว่า ‘ท่านทั้งหลายจะหลีกหนีภัยพิบัติเจ็ดประการสุดท้ายหรือ? ท่านทั้งหลายจะเข้าสู่พระสิริและชื่นชมยินดีกับทุกสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมไว้สำหรับผู้ที่รักพระองค์และเต็มใจทนทุกข์เพื่อพระนามของพระองค์หรือ? ถ้าเช่นนั้น ท่านทั้งหลายจำต้องตายเพื่อจะได้มีชีวิต จงเตรียมตัว จงเตรียมตัว จงเตรียมตัว ท่านทั้งหลายจำต้องมีการเตรียมพร้อมยิ่งกว่าที่บัดนี้ท่านมีอยู่ เพราะวันแห่งองค์พระผู้เป็นเจ้ากำลังมาถึง เป็นวันที่โหดร้าย ทั้งด้วยพระพิโรธและความกริ้วอันรุนแรง เพื่อจะกระทำให้แผ่นดินร้างเปล่า และจะทำลายคนบาปในแผ่นดินนั้นเสียจากมัน จงถวายทุกสิ่งแด่พระเจ้า วางทุกสิ่งไว้บนแท่นบูชาของพระองค์—ตัวตน ทรัพย์สิน และทุกสิ่ง—เป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิต การจะเข้าสู่พระสิรินั้นต้องอาศัยทั้งหมด จงสั่งสมทรัพย์สมบัติไว้สำหรับตนในสวรรค์ ที่ซึ่งขโมยไม่อาจเข้าใกล้ได้ และสนิมไม่อาจกัดกินให้เสียหาย ท่านทั้งหลายจำต้องมีส่วนในความทุกข์ยากของพระคริสต์ในที่นี้ หากท่านประสงค์จะมีส่วนกับพระองค์ในพระสิริของพระองค์ในภายหน้า’”
“สวรรค์จะนับว่าราคาถูกพอ หากเราได้มันมาด้วยความทุกข์ทรมาน เราต้องปฏิเสธตนเองตลอดทาง ตายต่อตนเองทุกวัน ให้พระเยซูเพียงผู้เดียวปรากฏ และคงพระสิริของพระองค์ไว้ในสายตาอยู่เสมอ ข้าพเจ้าเห็นว่าผู้ที่ไม่นานมานี้ได้รับเอาความจริงจะต้องรู้ว่าการทนทุกข์เพราะเห็นแก่พระคริสต์นั้นเป็นอย่างไร ว่าพวกเขาจะต้องผ่านการทดลองที่แหลมคมและบาดลึก เพื่อพวกเขาจะได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ และได้รับการเตรียมให้เหมาะสมโดยความทุกข์ทรมาน เพื่อจะได้รับตราประทับของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ ผ่านช่วงเวลาแห่งความทุกข์ลำบาก มองเห็นพระมหากษัตริย์ในความงามของพระองค์ และพำนักอยู่ในเบื้องพระพักตร์ของพระเจ้าและของทูตสวรรค์ผู้บริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์”
“เมื่อข้าพเจ้าได้เห็นว่าเราจะต้องเป็นอย่างไรเพื่อจะได้รับสง่าราศีเป็นมรดก และแล้วได้เห็นว่าพระเยซูได้ทรงทนทุกข์มากเพียงใดเพื่อทรงจัดหามรดกอันมั่งคั่งเช่นนั้นไว้แก่เรา ข้าพเจ้าจึงอธิษฐานว่า ขอให้พวกเราได้รับบัพติศมาเข้าในความทุกข์ทรมานของพระคริสต์ เพื่อเราจะไม่ถอยหนีเมื่อเผชิญการทดลอง แต่จะทนรับสิ่งเหล่านั้นด้วยความอดทนและความชื่นชมยินดี โดยรู้ว่าพระเยซูได้ทรงทนทุกข์เพียงใด เพื่อว่าโดยความยากจนและความทุกข์ทรมานของพระองค์ เราทั้งหลายจะได้เป็นผู้มั่งคั่ง ทูตสวรรค์กล่าวว่า ‘จงปฏิเสธตนเอง; ท่านทั้งหลายต้องก้าวไปอย่างรวดเร็ว’ พวกเราบางคนมีเวลาได้รับความจริงและก้าวหน้าทีละขั้น และทุกก้าวที่เราได้ก้าวไปนั้นได้ให้กำลังแก่เราในการก้าวต่อไป แต่บัดนี้เวลาใกล้จะสิ้นสุดแล้ว และสิ่งที่พวกเราใช้เวลาหลายปีเรียนรู้นั้น พวกเขาจะต้องเรียนรู้ภายในเวลาไม่กี่เดือน พวกเขาจะต้องมีหลายสิ่งที่จะต้องละทิ้งจากที่เคยเรียนมา และอีกหลายสิ่งที่จะต้องเรียนรู้ใหม่ ผู้ที่เมื่อมีประกาศกฤษฎีกาออกไปแล้วจะไม่ยอมรับเครื่องหมายของสัตว์ร้ายและรูปของมัน จะต้องมีความแน่วแน่ตั้งแต่บัดนี้ที่จะกล่าวว่า ไม่เอา เราจะไม่ยอมรับสถาบันของสัตว์ร้ายนั้น” Early Writings, 67.